17 Nov 2017

วิธีสร้างสุดยอดทีมงานด้วยการเป็นโค้ชพี่เลี้ยง

ลองนึกภาพทีมงานที่ยอดเยี่ยม ทุกคนรักกันเหมือนครอบครัว ลูกน้องแต่ละคนมีความมั่นใจในตัวเอง มีไอเดียดีๆ วิธีการใหม่ๆ มาเสนอหัวหน้าอยู่เสมอ ผลงานของทีมก็โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่หัวหน้าทำมีเพียงแค่การมอบหมายคอนเซ็ปต์งาน จากนั้นก็รอลูกน้องเข้ามาเสนอแผนการทำงานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม แล้วกลับไปลงมือทำจนสำเร็จ

เคล็ดลับในการสร้างทีมที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ ก็คือการที่หัวหน้าเปลี่ยนตัวเองให้เป็น “โค้ชพี่เลี้ยงที่ดี”

หัวหน้างานหลายท่านถามโค้ชเปิ้ลว่า แท้จริงแล้วโค้ชพี่เลี้ยงที่ดีเป็นอย่างไร? แล้วเขาจะเป็นโค้ชพี่เลี้ยงที่ดีได้อย่างไร? เพื่อที่จะสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม

โค้ชเปิ้ลได้สรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย พร้อมเคล็ดลับที่สามารถนำไปใช้โค้ชทีมงานของตัวเองได้ทันทีในบทความนี้แล้วค่ะ

โค้ชพี่เลี้ยงคืออะไร

โค้ชพี่เลี้ยง คือหัวหน้างานที่รู้จักใช้ทักษะการโค้ชในการสื่อสาร สอนงาน ปรับความคิด เคลียร์เป้าหมาย ให้กำลังใจ เพื่อให้ลูกน้องมีมุมมองในการทำงานที่ดี มีความมั่นใจ กล้าเผชิญกับเป้าหมายและอุปสรรคที่ท้าทาย ส่งผลให้มีผลลัพธ์การทำงานดีขึ้น

หน้าที่ของโค้ชพี่เลี้ยงที่ดีมีอะไรบ้าง

จากบทความที่แล้ว โค้ชเปิ้ลสรุปหน้าที่หลักของโค้ชพี่เลี้ยงให้ดังนี้
• ปลดล็อคข้อจำกัดทางความคิดของลูกน้อง
• ดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวของลูกน้อง
• ให้กำลังใจลูกน้อง เพื่อสร้างความมั่นใจในตัวเอง และสามารถเผชิญกับสิ่งใหม่หรืออุปสรรคที่ท้าทายได้

How to : เคล็ดลับการเป็นโค้ชพี่เลี้ยงที่ดี

1. มีทักษะการโค้ชที่ดี

จะเป็นโค้ชพี่เลี้ยงที่ดีได้ จำเป็นต้องมีความชำนาญในการใช้ทักษะการโค้ช (Coaching Skill) ต่างๆ เช่น Active Listening, Powerful Questioning, Planning and Goal Setting, Facilitating เป็นต้น

2. เตรียมตัวก่อนการพูดคุย

เพื่อให้ช่วงเวลาที่พูดคุยกับลูกน้องมีประสิทธิภาพที่สุด โค้ชพี่เลี้ยงต้องเตรียมตัวก่อนการพูดคุยทุกครั้งค่ะ เริ่มตั้งแต่
-จุดประสงค์ในการพูดคุย
-Mindset
-น้ำเสียง
และคำถามสำคัญ 1-3 คำถาม

3. รู้จักสลับบทบาทตัวเองระหว่าง Coach กับ Mentor อย่างเหมาะสม

coach mentor

ในการพูดคุยแต่ละครั้ง โค้ชพี่เลี้ยงที่ดีต้องรู้จักที่จะสลับบทบาทตัวเองระหว่าง Coach กับ Mentor อย่างเหมาะสม เราจะ Coach อย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากเราต้องการผลลัพธ์ในการทำงานด้วย จึงต้องมีการสอนงาน เพราะน้องมีความรู้เรื่องงานน้อยกว่าเรา บางครั้งน้องต้องการความรู้เกี่ยวกับงานนั้น (need Mentor) บางครั้งน้องต้องการคำถามที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิด (need Coach) โค้ชพี่เลี้ยงที่ดีต้องฟังออกว่าจังหวะไหนเราควรตอบสนองด้วยบทบาทอะไร เพื่อผลลัพธ์การโค้ชที่ดีที่สุด โดยสัดส่วนที่เหมาะสมโดยประมาณคือ Coaching 70% Mentoring 30%

4. โค้ชทุกครั้งต้องมีผลลัพธ์

โค้ช 4

หัวหน้าต้องพูดคุย(โค้ช) กับลูกน้องจนเกิดผลลัพธ์จากการโค้ชทุกครั้ง (Next Step Result) ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมาจาก ทักษะการโค้ชที่ดี การเตรียมตัวที่ดี และการสลับบทบาทอย่างเหมาะสม
ผลลัพธ์ที่ลูกน้อง(ผู้รับการโค้ช) ต้องได้จากการพูดคุยแต่ละครั้งคือ ต้องรู้แผนงานของตัวเองว่า “ฉันต้องทำยังไงต่อ ?” และ “ฉันต้องรู้อะไรบ้าง ?” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “รู้ Action Plan”
ส่วนผลลัพธ์ที่โค้ชพี่เลี้ยงต้องได้จากการพูดคุยแต่ละครั้งคือ ต้อง “รู้วันที่ในการ follow up แผนงานของลูกน้องที่รับการโค้ชจากเรา”

ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร

ลองจินตนาการดูว่า เมื่อหัวหน้าทุกคนเป็น “โค้ชพี่เลี้ยงที่ดี” จะเกิดอะไรขึ้นกับองค์กร? โค้ชเปิ้ลตอบให้เลยว่า เมื่อหัวหน้าและลูกน้องทุกคนต่างรู้ว่าแผนงานต่อไปของตัวเองคืออะไรในทุกครั้งที่พูดคุยกัน งานจะเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ลูกน้องจะมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าคิดเสนอแผนงานและไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับหน่วยงานของตนเอง ส่วนหัวหน้าเองก็จะมีงานน้อยลงเพราะลูกน้องจะช่วยคิดให้เสมอ

และถ้าในองค์กรของเรามีโค้ชพี่เลี้ยงที่ดีจำนวนมาก จะเกิดความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี และกลายเป็นองค์กรที่มีผู้นำเก่งและมีสุดยอดทีมงานในทุกแผนก

ผู้บริหาร หัวหน้างาน หลายท่านที่เป็นลูกศิษย์โค้ชเปิ้ลได้กลับไปสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม เกิดความก้าวหน้ากับองค์กรอย่างน่าภูมิใจ บางท่านกลับไปบริหารโปรเจคใหญ่ที่ค้างมา 2 ปี ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน บางท่านกลายเป็นที่รักของน้องๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ลูกน้องไม่กล้าเข้าหา บางท่านกลับไปจัดสมดุลชีวิตส่วนตัวใหม่เกิดเป็นพลังจิตคิดบวกที่แข็งแกร่ง ทำงานได้ Perform กว่าเดิม หน้าตาอิ่มเอมสดใส และอีกหลายท่านพาทีมทำยอดขายทะลุเป้าในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ

ถึงเวลาลงมือทำ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำแล้วค่ะ ลองนำเคล็ดลับที่ได้จากบทความนี้ไปปรับใช้กับทีมงานของเราดูค่ะ ถ้ามีความก้าวหน้ายังไงก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ โค้ชเปิ้ลขอเป็นกำลังใจให้ รอฟังความสำเร็จของทุกคนอยู่ค่ะ จงบอกกับตัวเองเสมอว่า “I can do it!”

บทความโดย

โค้ชเปิ้ล มิทเชล Coach Ple Suwanna Mitchell 2020

โค้ชเปิ้ล มิทเชล
⛵💼 Master Coach-Napoleon Hill™
🇹🇭🇹🇭 อาจารย์รับรองหนึ่งเดียวในประเทศไทย (Napoleon Hill Certified Instructor) – Napoleon Hill Foundation USA
👩💼 Executive Coach ระดับ PCC – ICF
👩💼 ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาบุคลากรและองค์กร
👩💼 โค้ชผู้บริหาร องค์กรชั้นนำ
👩💼 โค้ชนางงาม Miss Universe Thailand 2017
👩💼 โค้ชมารีญา พูลเลิศลาภ – Top 5 Miss Universe 2017
📶📶 ผู้พัฒนาเครื่องมือวัด “ความคิดผู้นำ-เศรษฐี นโปเลียนฮิลล์” PMA17 Leadership Success Profile Assessment©️ Online Coaching Tool

 

เริ่มต้นเส้นทางโค้ชมืออาชีพ ICF ครบที่สุดในวงการ

✅ โค้ชเป็นเร็ว ประกอบอาชีพได้ครบ จบใน 4 วัน
✅ ใบประกาศนียบัตรรับรอง (Certified Coach)
✅ เสื้อสูทสามารถ และเข็มเกียรติยศ
✅ FREE เครื่องมือโค้ชระดับโลก (Online Assessment)
และอื่นๆ อีกมากมาย !
🔥 เรียนเจอตัว @รร. 5 ดาว
🔥 3 ที่นั่งสุดท้าย !

ดูรายละเอียดหลักสูตร/รีวิว/โปรโมชั่น และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
LINE: @Coach-NapoleonHill

 

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก